ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
Thai Educational Portal
|
ตั้ง eduzones.com เป็นหน้าแรก
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview
มากที่สุดในประเทศ
Username :
Password :
|
ลืมรหัสผ่าน
|
สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
my blog
Hello!!! kikii ค่ะ
Blog
Gallery
Clip
Webboard
URL Blog :
http://social.eduzones.com/kikii
24 มกราคม 2551
ภูพระบาท มรดกไทย มรดกโลก
หอนางอุสา ศาสนสถานสำคัญแห่งหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พระพุทธบาทบัวบกงดงามน่าศรัทธาตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานฯภูพระบาทเช่นกัน
หีบศพนางอุสาหนึ่งในสถานที่ ที่ใช้ตำนานมาตั้งชื่อ
หีบศพพ่อตา
ใบเสมาขนาสดใหญ่ที่ปักรายล้อมศาสนสถานสำคัญ
รูปสลักพระพุทธรูปที่วัดลูกเขย วัดที่ในตำนานกล่าวว่าท้าวบารสสร้าง
ภาพเขียนคนจูงมือที่ถ้ำคน
พระพุทธรูปศิลปะล้านช้างที่พบในบริเวณอุทยานฯภูพระบาท
หยั่งดูความลึกของบ่อน้ำนางอุสา
แหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางธรรมชาติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย ที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ มรดกโลกทางธรรมชาติ 2 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง และผืนป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น และมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีก 3 แห่ง คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย–ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี
สถานที่เหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นรากเหง้าทางวัฒนธรรม ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี เมื่อต้นปี พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะเคยได้รับฟังข่าวสาร ของว่าที่มรดกโลกอีก 2 แห่งของไทย ที่ทางยูเนสโกตอบรับขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย คือ เส้นทางวัฒนธรรมปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ เชื่อมต่อกับโบราณสถานใกล้เคียง และอีกแห่งหนึ่งคือ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี ซึ่งขณะนี้ทางยูเนสโกได้จัดทำเอกสาร ส่งไปยังศูนย์มรดกโลกแล้วเสร็จทั้ง 2 แห่ง จึงเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือ รอการประกาศอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2551 เท่านั้น
ในด้านของว่าที่มรดกโลกอย่างเส้นทางวัฒนธรรมปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ เชื่อมต่อกับโบราณสถานใกล้เคียงนั้น เชื่อว่านักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป คงจะคุ้นเคยกับชื่อและภาพปราสาทหินต่างๆเป็นอย่างดี
ทว่าหากเอ่ยถึงว่าที่มรดกโลกอีกแห่งอย่าง
“อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท”
ใน จ.อุดรธานี เชื่อแน่ว่า มีหลายๆคนที่ไม่คุ้นหูหรือแทบจะไม่รู้จักกับว่าที่มรดกโลกแห่งนี้ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่ในเขตตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
“ป่าเขือน้ำ”
ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าจำนวน 3,430ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ควรค่ามรดกโลก
ในฐานะเป็นคนหนึ่งที่สัมผัสและคลุกคลีอยู่กับอุทยานฯภูพระบาท
อ.สมดี อรัญรุธ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการข้อมูลและบรรยายประจำอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ได้เล่าถึงความสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทว่า ชื่อเรียก
“ภูพระบาท”
สืบเนื่องมาจากบนยอดเขาแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาท (บัวบก) ซึ่งเป็นที่เคารพของผู้คนในแถบนี้
กอปรกับพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้เบญจพรรณ อาทิ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน มีลักษณะพิเศษของสภาพพื้นที่บนภูพระบาท คือ บริเวณนี้ปรากฏโขดหินและเพิงหินทรายกระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ กล่าวคือ เมื่อครั้งอดีตบริเวณนี้ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งขนาดใหญ่
“ความสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเริ่มเป็นจริงเป็นจังครั้งแรก ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ราว 2,000-3,000 ปีมาแล้ว มนุษย์ในสมัยนั้นส่วนหนึ่งดำรงชีวิตด้วยการเก็บของป่าและล่าสัตว์เป็นอาหาร เมื่อขึ้นพักค้างแรมอยู่บนโขดหินและเพิงผาธรรมชาติ ก็ได้ใช้เวลาว่างขีดเขียนภาพ เช่น ภาพ คน ภาพสัตว์ ภาพฝ่ามือ ตลอดจนภาพลายเส้นสัญลักษณ์ต่างๆ ไว้บนเพิงผาที่ใช้พักอาศัย โดยใช้สีจากยางไม้ธรรมชาติ หรือเลือดสัตว์บางชนิด”อ.สมดีกล่าว ซึ่งภาพเขียนสีเหล่านี้ มีปรากฏให้เห็นหลายแห่งทีเดียวในภูพระบาท เช่นที่ ถ้ำคน-ถ้ำวัว เป็นต้น
นอกจากความสำคัญในยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว อ.สมดียังได้ชี้แนะให้เห็นถึงความสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ต่ออีกว่า ภูพระบาทปรากฏความสำคัญอีกครั้งหนึ่งราวพุทธศตวรรษที่ 14-16 ในยุคสมัยของ
“ทวารวดี”
ซึ่งได้พบหลักฐานกิจกรรมของมนุษย์ อาทิ การดัดแปลงโขดหินให้เป็นศาสนสถาน โดยมีคติการปักใบเสมาหินขนาดใหญ่ล้อมรอบเอาไว้ นอกจากนี้ร่องรอยของพุทธปฏิมาบางองค์ที่ “ถ้ำพระ”ก็แสดงถึงอิทธิพลสมัยทวารวดีอย่างเด่นชัด
ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 เมื่ออิทธิพลของศิลปกรรมแบบเขมร(เกาะแกร์) เข้ามามีบทบาทในแถบนี้ ภูพระบาท ก็เป็นที่หนึ่งที่รับเอาอิทธิพลของเขมรเข้ามา เนื่องจากได้พบการสกัดหินเพื่อดัดแปลงพระพุทธรูปที่บริเวณถ้ำพระให้เป็นรูปพระโพธิสัตว์หรือเทวรูปในศาสนาฮินดู
หลักจากช่วงสมัยวัฒนธรรมแบบทวารวดีและเขมรหมดความสำคัญลง พื้นที่บริเวณนี้ก็ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการประกอบกิจกรรมของมนุษย์อีก จนกระทั่งราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 เมื่อพื้นที่แถบอีสานตอนบนเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับลำน้ำโขงได้รับอิทธิพลโดยตรงจากวัฒนธรรมลาว (ล้านช้าง) ภูพระบาทซึ่งอยู่ในอีสานตอนบนก็ได้รับเอาอิทธิพลของลาวเข้าไว้ด้วย จากการศึกษาพบว่ามีร่อยรอยของงานศิลปกรรมสกุลช่าวลาวอยู่มิใช่น้อยบนภูพระบาท ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือพระพุทธรูปขนาดเล็กบริเวณ
“ถ้ำพระเสี่ยง”
ที่แสดงถึงศิลปะสกุลช่างลาว
ความหลากหลายมากมายเช่นนี้ จึงกล่าวได้ว่าอุทยานฯประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยอย่างแท้จริง
นางอุสา –ท้าวบารส
ที่อุทยานฯภูพระบาทแห่งนี้ มีการผูกโยงชื่อของสถานที่เข้ากันตำนานท้องถิ่นเรื่อง
“นางอุสา-ท้าวบารส”
เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ง่ายต่อการจดจำมากขึ้น จากตำนานพื้นบ้านจึงกลายเป็นตำนานสถานที่ไปด้วย เรื่องของ นางอุสา-ท้าวบารส นั้นมีอยู่ว่า มีเมืองใหญ่เมืองหนึ่งตั้งอยู่บริเวณแถบภูพระบาทมีชื่อว่า
“เมืองพาน”
มีพระยากงพานเป็นเจ้าเมือง ต่อมาพระองค์ได้ไปขอ
“นางอุสา”
ผู้ที่เกิดมาจากดอกบัวบนเทือกเขาและพระฤาษีจันทาผู้เป็นอาจารย์ของท้าวกงพานได้นำมาเลี้ยงไว้
ด้วยความที่นางอุสาเป็นสาวสวย พระยากงพานเห็นแล้วชอบใจก็เลยขอไปเป็นธิดา พระยากงพานหวงนางอุสามาก เจ้าชายที่ไหนมาขอก็ไม่ยอมยกให้ ด้วยความหวงแหนจึงได้สร้างตำหนักเป็นหอสูงอยู่บนภูเขาให้นางอุสาอยู่ วันหนึ่งนางอุสาไปเล่นน้ำ เก็บดอกไม้มาร้อยเป็นมาลัยรูปหงส์ แล้วลอยไปตามน้ำพร้อมเสี่ยงทายหาคู่ มาลัยก็ลอยมาถึงท้าวบารส เจ้าชายเมืองปะโคเวียงงัว ท้าวบารสขี่ม้าตามหา ม้าก็มาหยุดที่เมืองพาน ท้าวบารสได้เจอกับนางอุสา เกิดชอบพอกันแล้วลักลอบได้เสียกัน
เมื่อพระยากงพานรู้ก็โกรธมาก สั่งให้ตัดหัวท้าวบารส แต่อำมาตย์ได้ห้ามไว้ พระยากงพานเลยออกอุบายให้ท้าวบารสสร้างวัดแข่งกับพระยากงพาน พนันกันว่าใครแพ้ต้องโดนตัดหัว กำหนดให้สร้างเสร็จก่อนดาวประกายพรึกขึ้นตอนเช้า พระยากงพานเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากมาสร้างวัด (วัดพ่อตา)
ส่วนท้าวบารสมีไพร่พลเพียงน้อยนิด พี่เลี้ยงนางอุสากลัวนางอุสาจะกลายเป็นหม้าย เลยออกอุบายเอาโคมไปแขวนไว้บนยอดไม้ใหญ่ ฝ่ายพวกพระยากงพานนึกว่าเป็นดาวประกายพรึกขึ้นก็เลยหยุดสร้างวัดทั้งที่ยังไม่เสร็จ ส่วนท้าวบารสสร้างวัดจนเสร็จ พระยากงพานแพ้ก็เลยโดนตัดหัวซะเอง
ต่อมาท้าวบารสพานางอุสามาอยู่ที่เมืองของท้าวบารส บรรดาชายาของท้าวบารสพากันอิจฉานางอุสา เลยให้โหราจารย์ทำนายว่าท้าวบารสมีเคราะห์ต้องออกเดินทางไปนอกเมืองหนึ่งปี พอท้าวบารสออกเดินทาง ชายาก็กลั่นแกล้วนางอุสา จนต้องหนีกลับเมืองพานแล้วก็ตรอมใจตาย พอท้าวบารสรู้เรื่องก็นำศพนางอุสามาฝัง ไม่นานท้าวบารสก็ตรอมใจตายตามกันไปแล้วก็ถูกฝังไว้ด้วยกัน
จากตำนานดังกล่าวได้ถูกนำมาผูกโยงไว้อย่างกลมกลืน กับสถานที่ต่างๆภายในอุทยานฯภูพระบาท อาทิ หอนางอุสา กู่นางอุสา บ่อน้ำนางอุสา หีบศพท้าวบารส เป็นต้น
ดูอะไรใน”ภูพระบาท”
การขึ้นมาท่องเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท นับว่าสะดวกสบายเพราะมีถนนลาดยางตัดผ่านถึงตัวอุทยานฯประกอบกับมีทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและการเดินทางผจญภัย
จุดแรกที่ควรแวะเมื่อเข้ามาสู่เขตของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทคือ
“ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว”
ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ควรทราบก่อนที่จะเดินเที่ยว เพื่อให้ได้สาระความรู้ความเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้นที่ศูนย์บริการฯมีแผนที่แสดงเส้นทางไปยังแต่ละแหล่ง มีห้องจัดแสดงภาพจำลองและเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจของภูพระบาท รวมทั้งแนะนำวิธีการเที่ยวชมให้เหมาะสมกับเวลาและสะดวกต่อผู้สนใจ ในแต่ละเส้นทางได้มีการจัดทำป้ายและลูกศรแสดงตลอดระยะทาง โดยใช้รูปแบบที่ไม่ทำลายความเป็นธรรมชาติบนภูพระบาท
การเที่ยวชมภูพระบาทนั้น มีกลุ่มโบราณสถานต่างๆแบ่งเป็น 9 กลุ่มด้วยกัน เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าชม แต่ไฮไลต์ที่เด่นที่สุด คือ หอนางอุสา ที่อยู่ในกลุ่ม3
หอนางอุสานั้น ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีลักษณะเป็นโขดหินรูปคล้ายเห็ดอยู่บนลานหิน โดยก้อนหินด้านบนมีขนาดกว้าง 5 เมตร สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร สภาพเช่นนี้แต่เดิมเกิดจากการกระทำตามธรรมชาติ และเนื่องจากมีรูปทรงที่แปลกตามนุษย์ในสมัยก่อนจึงดัดแปลง
โดยการก่อหินล้อมเป็นห้องขนาดเล็กเอาไว้ที่เพิงหินด้านบน โดยก่อเป็นห้องที่มีประตูและหน้าต่างขนาดเล็กอยู่ที่ผนังทั้งสอง สามารถใช้ประกอบพิธีกรรมหรือบำเพ็ญเพียรได้เป็นอย่างดี สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ มีใบเสมาหินขนาดกลางและใหญ่ปักล้อมรอบหอนางอุสาเอาไว้ด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนามาแต่ครั้งอดีตกาล
จากหอนางอุสาสิ่งที่โดดเด่นห้ามพลาดแก่การเข้าชมคือ
“ถ้ำพระ”
ที่แห่งนี้สะท้อนให้เห็นความรุ่งเรืองและพัฒนาการตามยุคสมัยได้เป็นอย่างดี ถ้ำพระมีลักษณะเป็นเพิงหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากก้อนหินขนาดใหญ่วางทับซ้อนกันตามธรรมชาติ
พบหลักฐานการสกัดหินก้อนล่างออก จนกลายเป็นห้องขนาดใหญ่ รวมไปถึงสลักรูปประติมากรรมทางศาสนาเอาไว้ในห้องอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของหลุมเสาด้านนอกเพิงหินเรียงอยู่เป็นแนวในกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงสันนิษฐานว่าเดิมอาจมีการต่อหลังคาเครื่องไม้ออกมา
ด้านนอกของถ้ำพระมีร่องรอยการปักใบเสมาไว้ตามทิศต่างๆ ด้านในของถ้ำพบการสลักเป็นภาพพระพุทธรูปนั่งประทับภายในซุ้มที่มีการสลักลายอย่างงดงามจำนวน 2 ซุ้ม ด้านบนเป็นแถวพระพุทธพุทธยืนเรียงกันอยู่ ส่วนผนังห้องด้านทิศตะวันออก สลักเป็นภาพพระพุทธรูปยืนปางเปิดโลกขนาดใหญ่ 3 องค์ แต่ชำรุดแตกหักไปมากแล้ว พระพุทธรูปยืนองค์ในสุดมีร่องรอยการสลักหินตรงส่วนของผ้านุ่งเป็นผ้าแบบโจงกระเบนสั้น มีลวดลายสวยงาม
จากถ้ำพระ มาที่
“บ่อน้ำนางอุสา”
บ่อน้ำที่ตามตำนานนางอุสา-ท้าวบารส กล่าวว่าเป็นที่ซึ่งนางอุสามาเล่นน้ำก่อนพบท้าวบารส เป็นบ่อน้ำที่เจาะสกัดลงไปในพื้นหิน การเจาะๆเป็นรูปทรงกรวยให้ค่อยๆแหลมลึกลงไปในเนื้อหิน บ่อน้ำแห่งนี้สันนิษฐานว่าคงเป็นแหล่งน้ำบริโภคของคนในสมัยโบราณ หรือ อาจใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมบางอย่าง
จากนั้นตามมาดูร่อยรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
“ถ้ำวัว-ถ้ำคน”
บริเวณนี้มีลักษณะเป็นเพิงหินขนาดใหญ่วางซ้อนทับกันที่ทำให้เกิดเป็นชะง่อนหินที่สามารถใช้หลบแดดฝนอยู่ด้านล่างของเพิง ทางด้านทิศตะวันออกของเพิงหินได้พบภาพเขียนรูปสัตว์เรียกว่า
“ถ้ำวัว”
และภาพเขียนรูปคนอยู่ทางทิศเหนือเรียกว่า
“ถ้ำคน”
บนผนังเพิงผาเดียวกันเขียนด้วยสีแดง เป็นรูปคน 7 คน เดินเป็นแถวมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ภาพคนบางภาพมีกล้ามเนื้อส่วนน่องโป่งนูนออกมมา ซึ่งอาจแสดงถึงว่าเป็นพวกที่ใช้กำลังเท้าอย่างมาก
และเพื่อความเป็นสิริมลคลผู้เข้ามาเยี่ยมชมอุทยานฯภูพระบาท ควรที่จะแวะสักการะ
“พระพุทธบาทบัวบก”
ที่มีองค์พระพุทธบาทบัวบก สร้างเลียนแบบพระธาตุพนมองค์เดิม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดพบอยู่ในรอยพระพุทธบาทด้วย
นอกเหนือจากโขดหิน หินตั้งรูปร่างแปลกต่างๆตั้งอยู่บนลานหินทรายกว้างๆบนภูพระบาทแล้ว เนื้อที่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด มีสภาพเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ด้วยไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้สมุนไพรนานาพันธุ์ ซึ่ง
ผศ.ดร.อัจฉรา ธรรมถาวร อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ได้ทำการศึกษาไม้สกุลต่างๆบนภูพระบาทเป็นระยะเวลาสั้นๆ
พบว่าพรรณไม้บนภูพระบาทมีหลากหลาย ส่วนมากเป็นลักษณะของดอกไม้พันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นโดยเฉพาะ เช่น ยางพลวง เต็ง รัง ยางกราด น้ำเลี้ยง ตองหมอง หนามแท่ง กระชายขาว กระเจียวแดง ดอกไม้จำพวกเอื้อง หญ้าเพ็ก หยาดน้ำค้าง อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของกระรอก กระแต ชะมด หมูป่า ไก่ป่า กระต่าย ลิง สุนัขจิ้งจอก เหยี่ยวภูเขา ซึ่งล้วนเป็นสิ่งยืนยันความสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ได้ดี
อนาคต…มรดกโลก
บุญญานุช วรรณยิ่ง ผช.ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต
5 กล่าวถึงอุทยานฯภูพระบาทว่า ภูพระบาทมีจุดขายสำคัญ คือเป็นโบราณสถานในป่า ยิ่งในขณะนี้เป็นว่าที่มรดกโลก ซึ่งคาดการว่าทางยูเนสโกจะประกาศผลให้ทราบอย่างเป็นทางการราวเดือนกุมภาพันธ์2551
ซึ่งถ้าประกาศผลเป็นมรดกโลกจริงๆ จะมีผลในด้านการประชาสัมพันธ์มากขึ้น เพราะปัจจุบันภูพระบาทก็เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่นิยมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าคนไทย ภูพระบาทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายมีความร่มรื่น มีความเป็นมาของพิธีกรรมทางประวัติศาสตร์ และด้านพรรณไม้
“การเป็นมรดกโลกของภูพระบาท จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคอีสานมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเมื่อภูพระบาทได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการแล้วจะทำให้ จังหวัดอุดรธานีกลายเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีมรดกโลกถึง 2 แห่ง คือเดิมเรามีอยู่แล้วที่บ้านเชียงและกำลังจะได้ที่ภูพระบาท เชื่อว่าจุดนี้จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ 3 เหลี่ยมมรดกโลกได้ด้วย อย่างบ้านเชียงตอนนี้เราก็เชื่อมโยงไปแล้วกับทางหลวงพระบางกับฮาลองเบ เมื่อภูพระบาทได้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ ก็จะต้องจัดทำแผนเชื่อมโยงมรดกโลกแห่งนี้เช่นกัน”บุญญานุช กล่าว ถึงแผนประชาสัมพันธ์ เมื่ออุทยานฯภูพระบาทได้รับการประกาศผลเป็นมรดกโลก
ด้านของ อ.สมดี นั้นเขากล่าวในฐานะของคนที่มีความผูกพันกับอุทยานฯภูพระบาทว่า ความนาสนใจของภูพระบาทอยู่ที่สามารถเข้ามาชมอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี แต่ปัญหาที่มักพบบ่อย คือ เรื่องของไฟป่าที่ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ อีกทั้งเรื่องหนึ่งมีอยากให้กรมศิลปากรช่วยดูแลเป็นพิเศษคือ เรื่องของโบราณวัตถุ
“ปัจจุบันนี้ทางอุทยานฯต้องจัดเวรยามดูแลช่วงกลางคืน 3-5คน ต่อวัน อย่างพระพุทธรูปยังอยู่ระเกะระกะในทุกที่รอบโบราณสถานเสี่ยงต่อการถูกขโมยมาก หากเป็นมรดกโลกแล้วหวังจุดนี้จะดีขึ้น”อ.สมดีกล่าวทิ้งท้าย
**************
การเดินทางมายังอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จากจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาตามทางหลวงหมายเลข 2 ประมาณ 13 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายที่บริเวณบ้านดงไร่เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2021 เพื่อไปยังบ้านผือ เป็นระยะทาง 43 กิโลเมตร จากนั้นจึงเดินทางมาตามทางหลวงหมายเลข 2438 เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร จนถึงบริเวณ สามแยกบ้านติ้ว ให้ขับรถตรงขึ้นเขาตามถนนราดยาง ประมาณ 4 กิโลเมตร จะเข้าเขตอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00น. ค่าธรรมเนียมคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 30 บาท
**************
ที่มา :
http://www.manager.co.th
Posted by : roro
เวลา : 13:05
จำนวนผู้อ่าน : 7076 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://social.eduzones.com/kikii/2363
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น
(0)
แสดงความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ล๊อกอินเข้าสู่ระบบ คลิกที่นี่
|
สมัครสมาชิก
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
ชื่อ :
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
ความคิดเห็น :
รูปแสดงอารมณ์ :
แทรกรูป :
ขนาดไม่เกิน 300KB
รหัสยืนยัน :
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจน
คลิกที่นี่
My Story
+
ผอ.ใหม่ซิป้าขายฝัน ปั้นภูเก็ตเป็นซิลิคอน วัลลล์
+
ความคิดทางคณิตศาสตร์ยุคบาบิโลเนีย
+
เผยโฉม ยอดมนุษย์ ผู้ปราบมาร อภิบาลคนดี
+
เจ้าภาพแก้ไขสื่อลามก
+
ศิลปะเพื่อเมืองที่น่าอยู่
+
มะกันสร้าง "ซูเปอร์แครอท" แคลเซียมสูงช่วยผู้ป่วยโรคกระดูก
+
คลอโรฟิลด์ยกระดับร้านมังสวิรัติ หนุนเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดสาร
+
กรมอนามัย ชี้ ไข่ ไม่ใช่ต้นเหตุโรคหัวใจ!!! เผยคุณค่าทางอาหารเพียบ
+
ภูพระบาท มรดกไทย มรดกโลก
+
แพะรับบาป
+
หากเราโกรธใครซักคน เราควรทำอย่างไร?
+
แนะนำสถาบันที่เปิดสอนHotel&Tourism ในออสเตรเลีย
+
รู้จัก วีซ่านักเรียน ในออสเตรเลีย
+
กระทรวงแรงงานรับสมัครสอบชิงทุนศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น
+
เทคนิคการทำให้บ้านเย็นสบายด้วยวิธีธรรมชาติ 1
+
โชว์ 20 โครงงานนักศึกษา ประกวด "กล้าใหม่ใฝ่รู้"
+
ตามรอยพระบาท เสด็จประพาสโมรอคโค (1)
+
สารอาหารต้านอนุมูลอิสระ
+
เขมานันทะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ คนล่าสุด!
+
พร้อมหาที่ใหม่หาก "หอดูดาวแห่งชาติ" กระทบสิ่งแวดล้อมดอยอินทนนท์
+
ผึ้งกับตัวเลขฟีโบนักชี
+
อาหารเนปาล ความแปลก..คือจุดขาย
+
พ่อค้ากับเจ้าลาน้อย
+
สัตว์หิมพานต์ งดงามในงานศิลปกรรม
+
เตือนครูกลัวITระวังตกยุค
+
สกอ.เปิดเว็บไซต์ช่วยการตัดสินใจ
+
โครงสร้างการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น
+
ปริศนาแห่งดวงจันทร์
+
เพิ่มพูนประสบการณ์ทักษะ ศิลปะนานาชาติไทย-อเมริกัน
+
เปิดบ้าน"วิศวฯ"รั้วแม่โดม ส่งคอร์สอินเตอร์จูงใจเด็ก
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 3 หน้า
<ก่อนหน้า
ถัดไป>
1
2
3
Bloger Profile
roro
อีเมล์ : roro@hotmail.com
วันที่สร้าง : 08/11/2550
จำนวนเรื่อง : 70
จำนวนผู้ชม : 127265
จำนวนผู้โหวต : 19
คะแนนแฟนพันธ์แท้
: 7657
Catagories
+
<-- ทั้งหมด -->
Calendar
<<
สิงหาคม 2008
>>
อา.
จ.
อ.
พ.
พฤ.
ศ.
ส.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
เรื่องอื่นๆ
+
1000 ทุน ม.โยนก (เทพเพ้อฝัน)
+
100 ทุนเรียนฟรีที่ เอแบค (เทพเพ้อฝัน)
+
ม.ศิลปากร รับตรงสถาปัตย์ ตั้งแต่วันนี้ -26 กันยา ด... (เทพเพ้อฝัน)
+
ม.มหิดลรับ 1932 คน ตอนนี้ (เทพเพ้อฝัน)
+
ม.ขอนแก่น รับตรง 4039 (เทพเพ้อฝัน)
+
ศึกษา ป.โท ธรรมศาสตร์ และ โควตา นักกีฬา ม.เกษตร (เทพเพ้อฝัน)
+
โควตา ม.เกษตร รับ 478 คน (เทพเพ้อฝัน)
+
ม.ศิลปากร รับป.ตรี วิศวะ (เทพเพ้อฝัน)
+
ค่ายรักป่าชายเลน (เทพเพ้อฝัน)
+
บริหารธุรกิจม.ร.ว. (เทพเพ้อฝัน)
Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
ทั่วโลก
www.eduzones.com
นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ
คำค้นหายอดนิยม
:
เกมส์
,
ฟังเพลง
,
สงกรานต์
,
ภาวะโลกร้อน
,
ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก
,
olympic
,
สอบตรง
,
รับตรง
,
วันแม่
,
มหาวิทยาลัย
,
ศึกษาต่อ
,
แนะแนว
,
ศึกษาต่อต่างประเทศ
,
ทุนการศึกษา
,
เรียนต่อ
โซนยอดนิยม
:
ข่าว
,
เส้นทาง
,
ความรู้
,
ชุมชน
,
ทุนการศึกษา
,
นานาชาติ
,
โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม
:
ค้นหาตัวเอง
,
อาชีพไหนที่ใช่เรา
,
ค้นหามหาวิทยาลัย
,
ทำข้อสอบออนไลน์
,
ดาวน์โหลดข้อสอบ
,
ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา
:
ข่าว Admission
เส้นทาง
:
ปรึกษาคณาจารย์
ความรู้
:
บทความ
ชุมชน
:
พี่แนะนำน้อง
โครงการ
:
Eduzones Expo 2008
,
โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ
:
SMS ข่าวการศึกษาฟรี
,
ทุนการศึกการ
,
นิตยสารการศึกษา
,
ฟังวิทยุออนไลน์
,
สินค้าการศึกษา
ติดต่อ
:
เกี่ยวกับ Eduzones
,
ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร
:
Kapook.com
,
Narak.com
,
รับทำเว็บไซต์
,
Factory
,
Hosting
,
รถมือสอง
,
รูปดารา
,
ภาพเคลื่อนไหว
,
เกมส์.com
,
เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ
,
ติดต่อแลกลิ้งค์
Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005