10 พฤศจิกายน 2550โดย

รศ. ดร. ปรัชญา คงทวีเลิศ
หน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อของประเทศไทย
ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ. เมือง จ. เชียงใหม่
โทร. 0815940004 ; email : prachya.kongtawelert@gmail.com
@@@@@@@@@@@@
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ผมขับรถผ่านหน้าโรงพยาบาล ลูกชายผมถามขึ้นว่า "พ่อครับ คนที่กำลังเดินข้ามถนนนั่นน่ะครับ เขายังไม่แก่เลย แต่ทำไมต้องใช้ไม้เท้าแล้วยังต้องมีคนช่วยพยุง เขาด้วยล่ะครับ?" ผมมองตามไปและก็พบว่ามีสุภาพสตรีท่านหนึ่งอายุกลางคนค่อนข้างอ้วน มือข้างหนึ่งถือไม้เท้า ขนาบข้างด้วยผู้ชายสองคนที่คอยพยุงให้เดินข้ามถนนอยู่ ผมตอบลูกชายว่า "ฮืม…สงสัยเขาจะเป็นโรคข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบนะ" ลูกชายผมถามต่อว่า "โรคข้อเสื่อมเป็นยังไงครับ ? เราจะป้องกันได้ไหมครับ ? "
ร่างกายของคนเราประกอบด้วยระบบของอวัยวะที่สำคัญมากต่อการเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนที่อยู่ 3 ระบบใหญ่ๆ คือ ระบบประสาทที่คอยสั่งงานไปยังส่วนต่างๆ ระบบกล้ามเนื้อ ที่คอยรับคำสั่งจากระบบประสาทแล้วทำการยืดหดตัว สุดท้ายคือระบบกระดูกและข้อกระดูกที่ทำหน้าที่พยุงร่างกายของเราไว้และทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวและเคลื่อน ที่ได้อย่างตามที่เราต้องการ ระบบกระดูกทุกส่วนมีการเชื่อมต่อกันด้วยข้อกระดูก คือปลายของกระดูกท่อนหนึ่งเชื่อมกับกระดูกอีกท่อนหนึ่งทำให้สามารถบิดตัวเองไปตามแนวต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น นักยิมนาสติกมีการเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ได้พริ้วไหวสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ในขณะที่ หุ่นยนตร์ที่มีข้อต่อที่ไม่สมบูรณ์แบบมีการเคลื่อนไหวในลักษณะของ เครื่องกล การทำงานของข้อกระดูกนี่เองที่ทำให้เกิดแรงเสียดสีกันระหว่างข้อกระดูกรวมทั้งการรับน้ำหนักที่จะมากดทับกับท่อนกระดูกที่อยู่ด้านล่างด้วยแรงมหาศาล ธรรมชาติได้สร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนมาทำหน้าที่รองรับการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับกระดูกต่างๆ รวมทั้งยังทำหน้าที่ในการลดแรงเสียดทานที่เกิดจากการเสียดสีกันของ กระดูกทั้งสองท่อนที่อยู่ใกล้ชิดกันอีกด้วย
เนื้อเยื่อกระดูกอ่อน (cartilage) เป็นเนื้อเยื่อที่ค่อนข้างแตกต่างกับเนื้อเยื่ออื่นๆ โดยเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนนั้นไม่มีระบบประสาท และระบบไหลเวียนโลหิตเข้าไปถึง ดังนั้นจึงเป็นเนื้อ เยื่อที่ยากแก่การซ่อมแซมเมื่อเกิดความผิดปกติหรือเสียหาย โรคที่ทำให้เกิดความเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนที่สำคัญมีอยู่สองอย่างคือโรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) และโรคข้ออัก เสบ (rheumatoid arthritis) ดังรูป
รูปแสดงข้อกระดูกปกติ ข้ออักเสบและข้อเสื่อม
โรคข้อเสื่อมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและเป็นโรคที่เรียกได้ว่าเป็นโรคประจำตัวของผู้สูงอายุ อาจจะมาจากโรคกระดูกพรุน การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป การมีข้ออักเสบนานๆ หรืออาจจะเกิดจากอุบัติเหตุและสุดท้ายคือไม่ทราบสาเหตุ รวมทั้งสาเหตุทางกรรมพันธ์อีกด้วย กลไกอย่างหนึ่งของการเกิดโรคข้อเสื่อมคือ สาเหตุบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้มีการ สร้างสารที่เรียกว่า ซัยย์โตคายน์ (cytokines) โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่เรียกว่า อินเตอลิวคิน-1 เบต้า (interleukin-1 , IL-1 ) สารชีวโมเลกุลนี้ จะกระตุ้นให้เกิดขบวนการต่างๆ ตามมาอีกมากมายเหมือนเป็นต้นน้ำตกที่ไหลออกไปได้หลายทาง แล้วทำความเสียหายตามเนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระตุ้นการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนซึ่งได้มีการ พิสูจน์กลไกได้อย่างแน่ชัดในห้องปฏิบัติการกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งของการออกฤทธิ์ของ IL-1 คือการกระตุ้นให้มีการสร้างเอ็นไซม์ที่เรียกว่า matrix metalloproteinases (MMPs) ซึ่งมีฤทธิ์ไปย่อยสลายเนื้อกระดูกอ่อนได้ โดยหากมีการสร้างเอ็นไซม์นี้มากกว่าปกติจะทำให้เกิดการเสียหายกับเนื้อกระดูกอ่อนได้อย่างชัดเจน โดยมันจะไปทำลายเส้นใย คอลลาเจนและสารชีวโมเลกุลต่างๆ ของเนื้อกระดูกอ่อน
จากการศึกษาวิจัยพบว่า มียาที่สำคัญที่ใช้ในการรักษาโรคข้อเสื่อมที่มีกลไกไปยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ชนิดนี้ โดยไปยับยั้งการทำงานหรือการกระตุ้นหรือการสร้างสาร IL-1 ดังนั้น จึงทำหน้าที่เหมือนกับไปยับยั้งสาเหตุหลักหรือยับยั้งที่ต้นน้ำทำให้ขบวนการสลายต่างๆ ตามมาจากผลของการกระตุ้นด้วย IL-1 ถูกยับยั้งไปด้วย
ในงาดำนั้นนอกจากจะมีปริมาณแคลเซียมที่สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกได้แล้ว ยังมีสารที่สำคัญอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเซซามิน (sesamin) โดยจากการศึกษาวิจัยในหลอดทดลองของเราพบว่า เซซามินมีฤทธิ์ยับยั้งการเสื่อมสลาย ของกระดูกอ่อนที่กำลังเสื่อมสลายโดยการกระตุ้นของ IL-1 ได้เป็นอย่างดี โดยมีกลไกการ ทำงานที่สามารถสรุปได้จากเบื้องต้นว่าเซซามินสามารถยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ MMPs ได้เป็นอย่างดี
การจัดการกับโรคข้อเสื่อมต้องมีการให้ความรู้ ต้องมีการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและมีการป้องกันรวมทั้งการรักษาได้อย่างได้ผลดี โดยอาจจะรวมถึงการรับ ประทานอาหารที่มีคุณภาพจากธรรมชาติ เช่น งาดำ และผลิตภัณฑ์จากงาดำเป็นต้น ดังนั้น อาจจะสรุปได้ว่านอกจากการรับประทานงาดำจะมีผลดีที่ทำให้ได้รับสารอาหาร อย่างครบถ้วนแล้ว สารสำคัญในงาดำยังอาจจะช่วยลดการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามยังต้องทำการศึกษาวิจัย เพื่อค้นหากลไกที่แท้จริงของการออก ฤทธิ์ของสารสำคัญในงาดำนี้อย่างต่อเนื่องต่อไปอีก
ถ้าคุณยังยืนได้ เดินได้ วิ่งได้ดี อย่าลืมขอบคุณข้อกระดูกของคุณ และดูแลไว้เป็นอย่างดีนะครับ !!
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (3)
แสดงความคิดเห็น
อยากให้มีเนื้อหามากยิ่งขึ้นกว่านี้ จะด้ายง่ายต้อการศึกษา

วันที่ 03 กรกฎาคม 2551 เวลา 09:15
โดย : นานา
IP 61.7.157.xxx