05 พฤศจิกายน 2550ดาบสองคมของการโฆษณาภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Ad) ที่หากสร้างภาพที่ดูดีเกินจริงหรือขัดกับความรู้สึกและข้อเท็จจริงแล้ว ด้านคมของดาบก็อาจสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับหน่วยงานหรือองค์กรได้ ยิ่งโดยเฉพาะในยุคใหม่ที่สังคมใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังกรณีตัวอย่างของภาพยนตร์โฆษณาชุด “ทัศนศึกษา”ของเอ็กโก้ที่กำลังถูกเครือข่ายประชาชนออกโรงต้านให้ยกโฆษณาชิ้นนี้ออกจากการเผยแพร่ เพราะบิดเบือนข้อเท็จจริง ขณะที่ด้านเอ็กโก้มองว่าแคมเปญอยู่บนมาตรฐานความจริง แถมมีส่วนช่วยดึงท่องเที่ยวเข้าที่อำเภอขนอมได้อีกด้วย
ภายหลังโฆษณาชุด"ทัศนศึกษา" ของโรงไฟฟ้าขนอม โดยบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่อันดับ 2 ของไทย ที่มีเนื้อหาสื่อออกมาว่าโรงไฟฟ้าสามารถอยู่กับสัตว์เหล่าท้องถิ่นอย่าง ปลาโลมาสีชมพู ,นกออก และลิงแสมได้จริง โดยไม่ได้ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อระบบนิเวศ
กำลังถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก และกรีนพีซว่า ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทีวีนั้น เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงๆ หรือเป็นเพียงใช้เทคนิคด้านข้อมูลเพื่อหวังผลด้านการโฆษณา !
สถานภาพปัจจุบันจึงอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องให้ถอดโฆษณาชิ้นนี้ออกไปจากหน้าจอทีวีด่วน เพราะมีการใช้เด็กเป็นเครื่องมือและให้ข้อมูลที่แทบไม่มีอยู่จริง





เร่งถอดโฆษณาบิดเบือน
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ได้ให้ข้อคิดเห็นกับ "บิสิเนสไทย" ว่า โรงไฟฟ้าขนอมของ เอ็กโก กรุ๊ปเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซที่มีของเสียปล่อยออกมาอยู่แล้วอันจะส่งผลต่ออุณหภูมิในทะเลสูงขึ้น ทำให้ปลาโลมาสีชมพู หรือแม้แต่สัตว์น้ำอื่นก็ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าปลาโลมาสีชมพูมีอยู่จริงในพื้นที่ขนอม และอาศัยอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในปัจจุบันจากการลงสำรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง รวมถึงกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็พบว่าปลาโลมาสีชมพูนั้นลดน้อยลงจากเดิมมากกว่าครึ่งหนึ่ง และใกล้สูญพันธุ์เต็มที
เขากล่าวว่า แหล่งที่พบโลมาที่ยังเหลืออยู่ห่างออกไปไกลกว่า 60 กิโลเมตรจากบริเวณที่ตั้งโรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งเชื่อว่าเป็นระยะที่ปลอดภัย
“ส่วนลิงแสมและนกอินทรีย์ตามกล่าวอ้างในโฆษณานั้นในอดีตเคยมีอยู่จริงเช่นกัน แต่เวลานี้แทบจะไม่พบว่าสัตว์ดังกล่าวยังอยู่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าขนอม อันเป็นข้อสรุปได้ว่าสัตว์ต่างๆ ตามคำกล่าวอ้างในโฆษณาเอ็กโกนั้นบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อประชาชน อีกทั้งการใช้เด็กเข้ามาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาด้วยแล้วย่อมไม่ดีแน่” นายสุทธิกล่าว
เขากล่าวถึงผลกระทบที่มีโดยตรงต่อเยาวชนไทยก็คือ ทำให้เกิดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ผิดพลาดได้ เพราะโฆษณาเป็นการจินตนาการเท่านั้น โดยใช้เค้าโครงข้อมูลจากความเป็นจริงที่สัตว์เหล่านั้นเคยอยู่บนพื้นที่จริง เป็นการทำการตลาดของเอ็กโกที่ก่อให้เกิดขบวนการเสียหาย ทำให้ระบุได้เลยว่าโรงไฟฟ้าไม่สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์มีชีวิตที่อยู่แต่เดิมได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นเรื่องขอถอดถอนโฆษณาชุดดังกล่าว ที่มีเนื้อหาบิดเบื่อนจากข้อเท็จจริง
ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ยกตัวอย่างถึงแนวทางที่ควรจะเป็นในการสร้างภาพลักษณ์องค์กรของโรงไฟฟ้า เช่นกรณีการโฆษณาของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในประเทศฝรั่งเศส ที่ได้อธิบายทุกขั้นตอนลดความซับซ้อนลง และให้เกิดการเข้าใจง่ายและเข้าใจตรงกันบนพื้นฐานความเป็นจริง ตั้งแต่แร่ธาตุยูเรเนียมว่าจะส่งผลกระทบด้านใดบ้างต่อสิ่งแวดล้อม หรือสิ่งมีชีวิต และควรจะป้องกันอย่างไร เป็นต้น
“สิ่งเหล่านี้เอ็กโก ควรจะอธิบายบนฐานความเป็นจริง เพื่อให้เกิดการป้องกันในสิ่งที่เกิดขึ้นหากมีก๊าซบางอย่างออกมาส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”เขาเสนอทิ้งท้าย
ด้านนายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนพีซตะวันออกเฉียงใต้ วิเคราะห์ว่า ในด้านเนื้อหาโฆษณาแล้วก็เกิดคำถามขึ้นว่า สัตว์เหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกับโรงไฟฟ้าได้จริงหรือ เพราะโรงไฟฟ้าจะมีการปล่อยสารบางอย่างที่เรียกว่าน้ำหล่อเย็นไปในทะเล เมื่อปล่อยออกมาแล้วจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น คาดว่าปลาโลมาสีชมพูไม่น่าจะอาศัยอยู่ได้ คงต้องว่ายให้ห่างออกไป
ส่วนนกออกและลิงแสมก็ต้องมาดูกันว่าจะอาศัยอยู่ใกล้มากแค่ไหน เพราะสารบางอย่างที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ จะปล่อยสารปรอทออกมา อาจทำให้อากาศบริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์เหล่านี้ได้
"ผมคิดว่าเอ็กโก กรุ๊ป ใช้เป็นจุดขายในการโฆษณา ซึ่งถ้าถามว่าโลมาสีชมพู และลิงแสมมีอยู่จริงหรือไม่ที่อำเภอขนอม ตอบได้ว่ามีอยู่จริง เพราะเป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดและอยู่อาศัยบริเวณนั้นมานานแล้ว แต่คำถามคือว่า การสร้างโรงไฟฟ้าบริเวณนั้นอยู่ตรงจุดที่ใกล้กับสัตว์ต่างๆ เหล่านี้อาศัยอยู่หรือไม่ "
ท้องถิ่นเสียงแตก
อย่างไรก็ดี จากการสอบถามความคิดเห็นของแหล่งข่าวจากคนในพื้นที่อำเภอขนอมของ"บิสิเนสไทย"พบว่า ได้แบ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่มซึ่งมีทั้งกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการตั้งโรงไฟฟ้า เพราะวิตกกังวลเรื่องระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ส่วนกลุ่มที่เห็นด้วยนั้นเกิดจากความพยายามของเอ็กโก กรุ๊ป พยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวบ้าน จนทำให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอาชีพประมง ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เป็นต้น
นายคำรบ เครือณรงค์ ปลัดหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอขนอม รักษาราชการแทนนายอำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า มีปลาโลมาสีชมพู ลิงแสม และนกออกอยู่จริงบริเวณรอบโรงไฟฟ้าอยู่จริง เพราะสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ที่มีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณดอนสักและเกาะสีชลมาเป็นเวลานานแล้ว
"การโฆษณาบางช่วงอาจมีการตัดต่อไปบ้าง และอาจไม่ได้ใช้ภาพจริง แต่ยังส่อเค้าความเป็นจริงอยู่ว่ามีสัตว์ดังกล่าวอาศัยอยู่บริเวณโรงไฟฟ้าขนอมจริง"
คำรบยืนยันว่า ชาวบ้านที่ขนอมไม่ได้มีความขัดแย้งกับเอ็กโก มีการประสานงานร่วมกันมาโดยตลอดทั้งประชุมหารือร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพนักงานเอ็กโกกับคนในพื้นที่ รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ยกตัวอย่างกิจกรรม ปะการังเทียมนำไปวางเป็นแนวปะการังเทียมหรือแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ณ บริเวณชายฝั่งทะเล อำเภอขนอม เป็นการพัฒนาแหล่งประมงชายฝั่งทะเลให้เป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยชุมชนให้สามารถประกอบอาชีพประมงน้ำตื้นหรือประมงชายฝั่ง
" ส่วนปัญหามลภาวะที่เอ็กโกอาจปล่อยออกมานั้นก็ตรวจสอบมาโดยตลอดและยังไม่ปรากฏว่ามลภาวะออกมาเกินมาตรฐานที่ราชการวางไว้ ซึ่งเท่าที่ดูในภาพรวมยังไม่มีปัญหาเรื่องสภาวะแวดล้อมให้เห็น "
"เอ็กโก้"ชี้ช่วยดึงท่องเที่ยวเข้าพื้นที่
เจาะซีเอสอาร์เอ็กโก กรุ๊ป พ่วงไปกับแบรนด์ที่สร้างอาณาจักรเอ็กโก ให้ เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 2 แกนหลัก 1.ซีเอสอาร์ระดับประเทศ 2.ซีเอสอาร์ระดับท้องถิ่น พร้อมเตรียมเฉลิมฉลองเอ็กโกครบ 15 ขวบปี
นางสาววิลาวัลย์ โชคครรชิตไชย ผู้จัดการส่วนสื่อสารองค์กร บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (เอ็กโก กรุ๊ป) กล่าวกับ "บิสิเนสไทย" ว่า เอ็กโก กรุ๊ปมีแผนยุทธศาสตร์ Corporate Social Responsibility (CSR) อย่างชัดเจนในการไปกับสังคมซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ซีเอสอาร์ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น
เอ็กโกทำมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งมาครั้งนี้ประชาชนทั่วไปจะเห็นโฆษณาชุด "ทัศนศึกษา" ที่สื่อสารออกมาในเชิงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงไฟฟ้าก็สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์ที่อาศัยอยู่เดิมได้ จากผลตอบรับที่กลับมาจากโฆษณาดังกล่าวค่อนข้างดี โดยวัดจากผู้ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน และประชาชนทั่วไป
"มีหลายคนตั้งคำถามว่า ปลาโลมาสีชมพู นกออกและลิงแสมมีจริงหรือเปล่า ตอบว่ามีอยู่จริง สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่ดั้งเดิมก่อนที่โรงไฟฟ้าจะเข้าไป ส่วนภาพในโฆษณายอมรับว่ามีการตัดต่อภาพ เนื่องจากคงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการถ่ายภาพปลาโลมาสีชมพู และนกออกให้ออกมาเป็นอย่างในโฆษณาได้ จึงต้องใช้เทคนิคดังกล่าวเข้ามาช่วย"
วัตถุประสงค์ของเอ็กโก กรุ๊ป ต้องการสื่อในเชิงภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม และรองรับกับการแข่งขันที่กำลังจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำตลาดในไทย ซึ่งเอ็กโกมั่นใจว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ในการมีระบบมาตรฐานที่สามารถควบคุมได้ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก หรือไม่สามารถทำลายระบบนิเวศเดิมที่สัตว์ต่างๆ ในพื้นที่ขนอมอาศัยอยู่เดิม
" ปัจจุบันอำเภอขนอม ค่อนข้างคึกคักโดยนักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อดูความสวยงามของปลาโลมาสีชมพู นกออก และลิงแสม ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทค่อนข้างคึกคัก อันหมายรวมไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในขนอมก็มีการขยายตัวมากขึ้น ส่งผลให้คนในพื้นที่มีงานทำ และสามารถสร้างรายได้"
สำหรับผลงานภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้สร้างสรรค์โดยบริษัท ทีบีดับบลิวเอ (ประเทศไทย) จำกัดเอเยนซีในเครือออมนิคอมยักษ์ใหญ่โฮลดิ้งเอเยนซีระดับโลก โดยมีครีเอทีฟมือฉมังอย่างนายต่อ สันติศิริ และ ม.ร.ว.ธีรเดช รัชนีเป็น Executive Creative Director ภายใต้แนวคิดที่ว่า ไม่ว่าโรงไฟฟ้าของเอ็กโกจะอยู่ที่ไหนก็ใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตแบบเดิมๆให้คงอยู่ตลอดไป
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||